ผู้เขียน หัวข้อ: ความไม่เหมือนระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 รวมทั้ง หอมมะลิ กข 15  (อ่าน 2 ครั้ง)

popcorn2468

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3958
    • ดูรายละเอียด
ความไม่เหมือนระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และก็ หอมมะลิ กข 15

ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีบ้านเกิดในไทยมีลักษณะกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนใบเตยเป็นประเภทข้าวที่ปลูกได้คุณภาพดีที่สุดในไทยถ้าเทียบกับการปลูกภายในประเทศอื่นๆรวมทั้งเป็นประเภทข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วทั้งโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายไพเราะ สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทราได้รวบรวมจำพวกข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้จำนวน 199 รวงแล้ว ดร.ครุย บุณยราชสีห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงชนิดข้าวในขณะนั้น) ได้ส่งไปปลูกคัดเลือกจำพวกบริสุทธิ์และเปรียบพันธุ์ที่สถานีทดสอบข้าวโคกสำโรง (ในช่วงเวลานี้เป็นสถานีข้าวลพบุรี) ปฏิบัติงานคัดเลือกประเภทโดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป หัวหน้าสถานีทดสอบข้าวโคกสำโรงจวบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 ได้พันธุ์บริสุทธิ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105105 (เลข 4 คืออำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า เลข 2 ซึ่งก็คือชื่อประเภทข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น คือ พันธุ์หอมมะลิ และ ลำดับที่ 105 เป็น ตำแหน่งรวงข้าวของชนิดหอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) และก็คณะกรรมการใคร่ครวญประเภทข้าวได้อนุมัติให้เป็นพันธุ์สนับสนุนแก่เกษตรกร ตอนวันที่ 25 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2502 โดยเกษตรกรทั่วๆไปเรียกว่า “ขาวดอกมะลิ 105 ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงประเภทข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวอีกทั้ง 2 พันธุ์เป็นข้าวหอมมะลิไทย

ลักษณะเฉพาะของกลิ่นหอมสดชื่นมะลิ

ความหอมของข้าวหอมมะลิ มีต้นเหตุมาจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้
การรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้ดำรงอยู่นานนั้นจึงต้องควรเก็บข้าวไว้ภายในที่เย็น อุณหภูมิโดยประมาณ 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำ 14-15% ลดความชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเหลือเกิน นักการเกษตรกรบางคนบอกว่า การใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมในการปลูกมีแนวโน้มช่วยให้ข้าวมีกลิ่นหอมยวนใจมากยิ่งขึ้น (ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน)

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสงสว่าง

ข้าวไวต่อตอนแสงสว่าง เป็น ข้าวที่จะออกรวงเมื่อแดดน้อยลงจากช่วงเวลาปกติ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยแล้วเพราะเหตุไรจะต้องปลูก ในเมื่อมันควบคุมยากที่จะต้องปลูกข้าวไวแสงเพราะข้าวหลายสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่นๆ
มันเป็นข้าวที่ถูกควบคุมด้วยยีน หรือกรรมพันธุ์ที่ตกค้างมาจากชนิดป่า หรือชนิดดั้งเดิมที่เกิดขึ้นมาจากการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อดำรงเชื้อสายตนเองไว้ได้ อย่างเช่น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 แล้วก็ข้าวกข15 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติ นุ่มหอม รวมทั้งเป็นที่เรียกร้องของตลาดแสงแดดธรรมดาที่ส่องถึงผิวโลกของประเทศไทยเราคิดคำนวณที่ 12 ชั่วโมง ส่วนข้าวไวต่อตอนแสงสว่างคือข้าวที่จะมีดอกเมื่อโดนแสงน้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยข้าวไวต่อช่วงแสงสว่างมี 2 แบบ ข้าวไวน้อยต่อช่วงแสงสว่าง จะมีดอกเมื่อความยาวช่วงเวลากลางวันราวๆ 11 ชั่วโมง 40-50 นาที รวมทั้งข้าวไวมากต่อช่วงแสง จะออกดอกเมื่อความยาวช่วงเวลากลางวันราวๆ 11 ชั่วโมง 10-20 นาที

เพราะฉะนั้นเมื่อเลือกปลูกข้าวจำพวกที่ไวต่อช่วงแสงไม่ว่าจะเริ่มปลูกเมื่อใดก็ตาม เมื่อถึงตอนฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งเป็นตอนที่ช่วงกลางวันสั้นกว่ายามค่ำคืน ข้าวก็จะมีดอกทันที จึงเป็นต้นเหตุของคำว่า “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันบิดา”(12 สิงหาคม – 5 ธันวาคม) ด้วยเหตุว่าชนิดข้าวที่พวกเราปลูก เป็น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และก็ข้าว กข15 ซึ่งเป็นข้าวหนักแก่การเก็บเกี่ยว มากยิ่งกว่า 120 วัน ถ้าเราปลูกเร็วเหลือเกินก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลมากขึ้น
แม้ปลูกช้าเกินไป ข้าวก็จะไม่สามารถที่จะสะสมอาหารได้เต็มกำลังก่อนออกรวง ทำให้ผลิตผลน้อยลงนั่นเอง

รูปแบบของสายพันธุ์

– นิยมปลูกในช่วงฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อพบภาวะน้ำแห้งแล้วก็อากาศเย็น
– เป็นข้าวที่ไวต่อตอนแสงสว่าง เป็นข้าวหนัก คุณภาพดี
– เก็บเกี่ยวได้ราวช่วงเวลากลางเดือน เดือนพฤศจิกายน อายุจนกระทั่งเก็บเกี่ยวราวๆ 120 วัน
– ผลิตผลโดยประมาณ 363 กกต่อไร่ (แม้กระนั้นถ้าหากดูแลดีก็ได้ผลิตผลสูงมากขึ้นกว่านี้ได้)
– ทนต่อสภาพดินเค็ม ดินเปรี้ยว ความแล้ง ได้ดี
– พื้นที่ชี้แนะสำหรับเพื่อการปลูก ภาคอิสานและเหนือตอนบน
– ปริมาณ อะไม่โลสต่ำคือราว 12-17% (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าใด ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมยวนใจ นุ่ม อร่อย แม้ตอนข้าวสุกและเย็น ถ้าหากเก็บเป็นข้าวเปลือก
– เมือเอามาสีเป็นข้าวสารก็ยังคงความนุ่มหอมไว้ได้

หอมมะลิ ประเภท กข 15 (ที่เรียกว่า หอมมะลิ ได้จากการแก้ไขจำพวกโดยการใช้รังสีชักพาให้มีการกลายพันธุ์ ของข้าวหอมมะลิ 105) ยืนยันสายพันธุ์เมื่อ ตอนวันที่ 28 ม.ย. 2521

รูปแบบของสายพันธุ์
– นิยมปลูกในช่วงฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมหวนมากมาย เมื่อเจอภาวการณ์น้ำแห้งและก็เย็น แต่เป็นข้าวประเภทค่อยได้ผลผลิตได้มาก
– จะสุกแล้วก็สามารถเกี่ยวได้ก่อนข้าวหอมมะลิ 105 ประมาณ 20 วัน
– -ผลผลิต โดยประมาณ 560 กิโลกรัมต่อไร่
– ทนแล้งและดินเค็ม ดินเปรี้ยว ได้ดี
– ปลูกเอาไว้ภายในพื้นที่ภาคอิสาน
– ปริมาณอมิโลส 14-17 % (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าใด ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมสดชื่น นุ่ม เสมือนข้าวหอมมะลิ 105 แม้กระนั้นกลิ่นจะหอมน้อยกว่า ด้วยเหตุว่าการปรับปรุงสายพันธุ์

ข้าวหอมนิโลบล ชื่อเรียก กข31(จังหวัดปทุมธานี 80) ยืนยันสายพันธุ์ ตอนวันที่ 6 มี.ค. 2550

รูปแบบของสายพันธุ์
– เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง เม็ดสั้น เป็นข้าวนาปรังอายุเก็บเกี่ยวแน่ๆราวๆ 110 วัน
– ผลิตผลเฉลี่ย 738 กก.ต่อไร่ (นาหว่านน้ำโคลน)
– จำนวนอมิโลสสูง (27.3 – 29.8 %)
– มีกลิ่นหอมสดชื่นแล้วก็นุ่มเวลาหุงเสร็จใหม่ๆแม้กระนั้นจะหยาบเมื่ออาหารมื้อเย็นตัวลง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ข้าวหอมมะลิ ราคา

Tags : ข้าวหอมมะลิ 105,ข้าวหอมมะลิ ราคา